แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ pipejacking แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ pipejacking แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567

เจาะลึกปัญหา Horizontal Directional Drilling (HDD): คู่มือแก้ปัญหาฉบับมือโปร

เจาะลึกปัญหา Horizontal Directional Drilling

       สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่างและผู้รับเหมาทุกท่าน! วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงปัญหาที่พบบ่อยในการทำงาน Horizontal Directional Drilling (HDD) หรือที่เรียกกันว่า "การเจาะนำทิศทางแนวนอน" พร้อมแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในหน้างาน

Horizontal Directional Drilling (HDD) คืออะไร?

       HDD เป็นเทคนิคการเจาะที่ใช้สำหรับติดตั้งท่อประปาหรือสายเคเบิลใต้ดิน โดยไม่จำเป็นต้องขุดเปิดหน้าดินตลอดแนวการติดตั้ง วิธีนี้ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการจราจร แต่ก็มีปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ หากไม่ระวัง

ปัญหาที่พบบ่อยในการทำงาน HDD และวิธีแก้ไข

  1. การเบี่ยงเบนของทิศทางการเจาะ (Bore Path Deviation): ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อหัวเจาะเบี่ยงเบนออกจากเส้นทางที่วางแผนไว้ อาจเกิดจากสภาพดินที่ไม่สม่ำเสมอ หรือการควบคุมทิศทางที่ไม่แม่นยำ

    • วิธีแก้ไข: ใช้ระบบนำทางที่มีความแม่นยำสูง เช่น Magnetic Guidance System หรือ Gyro Guidance System และตรวจสอบสภาพดินก่อนการเจาะ
  2. การติดขัดของหัวเจาะ (Drill Bit Stuck): หัวเจาะอาจติดขัดในดินแข็ง หรือหิน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการเจาะต่อได้

    • วิธีแก้ไข: ใช้หัวเจาะที่เหมาะสมกับสภาพดิน และปรับแรงดันน้ำหรือโคลนที่ใช้ในการหล่อลื่นและระบายความร้อน
  3. การยุบตัวของผนังหลุมเจาะ (Borehole Collapse): เกิดขึ้นเมื่อดินรอบหลุมเจาะไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของดินที่อยู่ด้านบน ทำให้ผนังหลุมเจาะยุบตัวลงมา

    • วิธีแก้ไข: ใช้สารผสมโคลน (Drilling Fluid) ที่มีความหนาแน่นเหมาะสม เพื่อช่วยพยุงผนังหลุมเจาะ และใช้หัวเจาะที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดท่อเล็กน้อย เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการฉีดสารผสมโคลน
  4. ความเสียหายของท่อ (Pipe Damage): อาจเกิดจากการเสียดสีกับดิน หรือหินระหว่างการดึงท่อเข้าหลุมเจาะ

    • วิธีแก้ไข: ใช้ท่อที่มีความแข็งแรงและทนทานต่อการเสียดสี และหล่อลื่นท่อด้วยสารหล่อลื่นที่เหมาะสม
  5. การรั่วไหลของสารผสมโคลน (Drilling Fluid Loss): เกิดขึ้นเมื่อสารผสมโคลนซึมหายไปในดิน ทำให้ไม่สามารถควบคุมแรงดันในหลุมเจาะได้

    • วิธีแก้ไข:ปรับความหนืดและความหนาแน่นของสารผสมโคลนให้เหมาะสมกับสภาพดิน และอุดรอยรั่วด้วยสารอุดรอยรั่ว (Loss Circulation Material)

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

  • วางแผนการเจาะอย่างละเอียด โดยศึกษาสภาพดินและสิ่งกีดขวางใต้ดิน
  • เลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ
  • มีทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

          การทำงาน HDD เป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการติดตั้งท่อใต้ดิน แต่ก็มีปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเราเข้าใจปัญหาและวิธีแก้ไข ก็จะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพครับ

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2567

วิธีดันท่อปลอกลอดถนน (pipe jacking)

วิธีดันท่อปลอกลอดถนน (pipe jacking) ขั้นตอนในการทำงานมีดังนี้
1. ขุดหลุมเปิดบ่อรับกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร ยาวไม่น้อยกว่า 6.00 เมตรและลึกโดยประมาณ 3.50 เมตร โดยให้ตอกเหล็กค้ำยันจนถึงดินแข็ง
clip_image002
2. แต่งก้นหลุมให้เรียบร้อยจนได้ระดับ
3. วางรางเหล็กที่มีความยาวใกล้เคียงกับขนาดของความยาวหลุม โดยให้ปลายรางข้างหนึ่งแตะชิดกับเสาค้ำยัน
clip_image004
4. ติดตั้งเครื่องมือดันท่อในตำแหน่งเดียวกับรางเหล็ก และตั้งกระบอกไฮโดรลิคโดยยึดกับรางเหล็กให้มั่นคง
5. วางท่อปลอกความยาวประมาณ 3 เมตร ลงในตำแหน่งเดียวกับรางเหล็ก
6. ใช้แผ่นเหล็กรองระหว่างปลายท่อปลอกกับแกนกระบอกไฮโดรลิคแล้วจึงเริ่มทำการดัน (ในระหว่างดันท่อได้พอประมาณใช้รถแบคโฮตักดินขึ้นจากหลุม)
7. เมื่อทำการดันท่อปลอกจมดินจนเหลือปลายโผล่พอประมาณ 40 ซม. ให้ถอยแกนของกระบอกโฮโดรลิคแตะชิดกับเสาค้ำยัน
8. วางท่อปลอกท่อนใหม่(ความยาว 3 เมตร)เชื่อมต่อท่อปลอกที่ดันไปแล้วเข้าด้วยกันโดยรอบและต้องเช็คระดับน้ำให้ได้ระดับ แล้วจึงทำการดันต่อ
9. ทำตามขั้นตอนที่ 5 – 8 จนสิ้นสุดการดันท่อตามแบบแปลน
10. ทำการวางท่อไส้(ท่อลอด) ตามแบบแปลนโดยให้ปลายทั้งสองด้านอยู่ในแนวระดับกับท่อเดิมหรือท่อวางใหม่ให้มากที่จุด
11. อุดปลายท่อปลอกทั้งสองด้านด้วยปูนทรายให้ปิดสนิทเพื่อกันดินไหลเข้าไปในท่อปลอกซึ่งจะทำให้ดินบริเวณที่ดันลอดทรุดและยุบตัวได้
*** ควรเปิดบ่อรับด้วยเพื่อมิให้ชนท่อเดิม(ถ้ามี)














วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567

การเลือกวิธีงานดันท่อลอด

งานท่อลอดถนนโดยทั่วไปมี 2 วิธี ได้แก่  PIPEJACKING และ Horizontal Directional Drilling

1. PIPEJACKING เป็นการดันท่อปลอกเหล็กโดยการดันท่อและเชื่อมต่อท่อเป็นท่อนๆละประมาณ 3 ถึง 6 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ก่อสร้างด้วย แบ่งเป็น  2 ประเภท

  1.1 การดันท่อปลอกเหล็กโดยอาศัยแม่แรงโฮโดรลิคดันท่อปลอกเหล็กโดยตรง การดันด้วยวิธีนี้การทำงานจะทำได้ค่อนข้างช้าใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ไม่มากนัก

  1.2 การดันท่อปลอกเหล็กโดยอาศัยใบเจาะ (Auger) เจาะดินออกมา การดันท่อด้วยวิธีนี้จะทำได้เร็วมากแต่จะใช้เครื่องมือและอุปกรณ์มากตามไปด้วย

ข้อดี ของการดันท่อลอด

1. ต้องการพื้นที่ในการทำงานไม่มาก

2. เหมาะกับพื้นที่ที่มีสาธารณูปโภค ต่างๆก่อนแล้ว

ข้อเสีย ของการดันท่อลอด

1. ไม่สามารถดันท่อได้ยาวมากนัก

2. ควบคุมทิศทางในการดันได้ยาก ไม่แน่นอน ต้องใช้ผู้ที่เชียวชาญโดยเฉพาะ

2. Horizontal Directional Drilling เป็นการเจาะดึงท่อเหล็ก,HDPE

ข้อดี  ของHorizontal Directional Drilling (HDD)

  1. ไม่จำเป็นต้องเปิดบ่อก่อสร้าง

  2.  เหมาะกับการวางท่อที่มีระยะยาวมากกว่า 100 เมตรขึ้นไป

  3.  สามารถกำหนดความลึกและทิศทางของปลายท่อได้แม่นยำ

ข้อเสีย ของHorizontal Directional Drilling (HDD)

1. ใช้พื้นที่ในการทำงานมาก

2. ก่อนการดึงท่อจะต้องเชื่อมท่อให้มีความยาวต่อเนื่องเท่ากับความยาวที่ต้องการทั้งหมด